| 1. |
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เป็นหน่วยราชการที่รับผิดชอบในการกำหนดราคาแร่ที่มีการผลิตภายในประเทศ
และประกาศให้ทราบโดยทั่วไป เพื่อเป็นเกณฑ์ใช้ในการเรียกเก็บค่าภาคหลวงแร่ ตามพระราชบัญญัติ
พิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ.๒๕๐๙ และอาจไม่ตรงกับราคาแร่ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาใน
การซื้อ-ขายที่เป็นจริงในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ |
| 2. |
ในการอ้างอิงราคาแร่ที่มีการซื้อ-ขายนั้น กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ จะใช้ข้อมูลการซื้อ-ขาย ตามชนิดและ
สภาพของแร่นั้นจากตลาดในประเทศ เช่น ราคาซื้อ-ขายในกรุงเทพฯครั้งหลังสุด ราคาซื้อ-ขายภาย
ในประเทศของผู้ใช้แร่ และตลาดต่างประเทศ เช่น ตลาดกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตลาดประเทศ
มาเลเซีย ตลาดนครนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ จะมีการหักค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และอื่นๆ
ตามหลักเกณฑ์ที่กรมทรัพยากรธรณีกำหนด เพื่อเป็นประกาศราคาแร่ที่ตลาดกรุงเทพฯ |
| 3. |
ราคาแร่ที่ประกาศจะเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่ ราคาซื้อ-ขายในตลาดต่างๆเปลี่ยนแปลงและมีค่าเพิ่มขึ้น
หรือลดลง เป็นไปตามกฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่
พ.ศ.๒๕๐๙ ตัวอย่างเช่น
- แร่ดีบุก เมื่อราคาเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากราคาที่ได้ประกาศครั้งหลังสุดเกินห้าสิบบาทต่อหนึ่ง
หาบหลวง(หกสิบกิโลกรัม) ให้ประกาศใหม่
- แร่ชนิดที่มีทังสติกออกไซด์ เมื่อราคาเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากราคาที่ได้ประกาศครั้งหลังสุดเกิน
ยี่สิบห้าบาทต่อหนึ่งหาบหลวง(หกสิบกิโลกรัม) ให้ประกาศใหม่
- แร่ทองคำ เมื่อราคาเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากราคาที่ได้ประกาศครั้งหลังสุดเกินหนึ่งบาทต่อหนึ่ง
กรัมของทองคำบริสุทธิ์ ให้ประกาศใหม่
|
| 4. |
ค่าภาคหลวงแร่ที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เรียกเก็บเพื่อเป็นรายได้แผ่นดินนั้นจะเรียกเก็บในอัตราร้อยละ
ของราคาแร่ที่กรมทรัพยากรธรณีประกาศ ตามพิกัดอัตราค่าภาคหลวงของแร่นั้นๆ ตัวอย่างเช่น
- แร่ตะกั่ว ค่าภาคหลวงแร่ อัตราก้าวหน้า
- แร่สังกะสี ค่าภาคหลวงแร่ อัตราก้าวหน้า
- แร่ดีบุก ค่าภาคหลวงแร่ อัตราก้าวหน้า
- แร่ถ่านหิน ค่าภาคหลวงแร่ร้อยละ 4 ของราคาประกาศ
|
| 5. |
รายละเอียดทั้งหมดค้นหาได้จากพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ.๒๕๐๙ และ
กฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ.๒๕๐๙ หรือ
ติดต่อสอบถามที่ สำนักเหมืองแร่และสัมปทาน กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ โทร.(02)202-3665 |